ปวดหลังจุดไหนบอกอะไร และเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ทันที

ปวดหลังเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยที่สุดในทุกวัย ตั้งแต่วัยทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ลักษณะของการปวดหลังในแต่ละตำแหน่งมักมีสาเหตุที่แตกต่างกัน การสังเกตจุดที่ปวดจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการประเมินความรุนแรงและแนวทางการดูแลตัวเองเบื้องต้น
ตำแหน่งที่ปวดบอกสาเหตุเบื้องต้นได้อย่างไร
ร่างกายส่วนหลังประกอบด้วยโครงสร้างที่ซับซ้อน ทั้งกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกสันหลัง และเส้นประสาท รวมถึงอวัยวะภายในที่อยู่ใกล้เคียง การระบุตำแหน่งที่ชัดเจนจะช่วยให้จำกัดวงของสาเหตุได้ดังนี้
ปวดหลังส่วนบนและสะบัก
อาการปวดในบริเวณนี้มักเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้ออักเสบ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อออฟฟิศซินโดรม สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการเกร็งกล้ามเนื้อในท่าเดิมซ้ำๆ การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ หรือการยกของหนักผิดท่า หากมีอาการปวดร้าวมาที่ต้นคอหรือบ่าร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของกล้ามเนื้อตึงตัวเรื้อรัง
ปวดหลังส่วนล่างและเอว
นี่คือจุดที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดและรับน้ำหนักตัวส่วนใหญ่ อาการปวดหลังส่วนล่างอาจเกิดได้ตั้งแต่การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจากการขยับผิดจังหวะ ไปจนถึงปัญหาที่โครงสร้างกระดูกสันหลัง เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม หากปวดบริเวณเอวเพียงข้างเดียวและมีอาการปวดลึกๆ อาจเกี่ยวข้องกับนิ่วในไตหรือกรวยไตอักเสบ
ปวดหลังบริเวณกึ่งกลางหลัง
อาการปวดที่อยู่ลึกเข้าไปในช่องท้องแต่ออกทางด้านหลัง อาจเกี่ยวข้องกับอวัยวะภายใน เช่น ตับอ่อนอักเสบ หรือปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร หากอาการปวดเกิดขึ้นเฉียบพลันและรุนแรงมากในตำแหน่งกึ่งกลางหลังแนวเดียวกับหน้าอก ควรได้รับการตรวจเช็กอย่างละเอียดเพื่อคัดกรองความผิดปกติของหลอดเลือดแดงใหญ่หรือหัวใจ
สัญญาณอันตรายที่ควรไปพบแพทย์ทันที
แม้ว่าอาการปวดส่วนใหญ่จะหายได้เองด้วยการพักผ่อนหรือการทำกายภาพบำบัด แต่มีสัญญาณเตือนบางประการที่บ่งบอกว่าอาการปวดหลังครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ และต้องการการดูแลจากแพทย์โดยเร็วที่สุด
หากคุณมีอาการปวดหลังร่วมกับสัญญาณอันตรายดังต่อไปนี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจ:
- อาการปวดหลังร้าวลงไปที่ขาหรือเท้า ร่วมกับความรู้สึกชา หรือกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ซึ่งอาจหมายถึงเส้นประสาทถูกกดทับอย่างรุนแรง
- มีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมการขับถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินทางกระดูกสันหลังที่ต้องได้รับการผ่าตัดทันที
- อาการปวดที่ไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว แม้นอนพักแล้วก็ยังปวดรุนแรง หรือปวดมากในเวลากลางคืนจนนอนไม่ได้
- มีอาการไข้ หนาวสั่น หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ร่วมกับอาการปวดหลัง ซึ่งอาจบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อหรือเนื้องอก
- ปวดหลังรุนแรงหลังจากได้รับอุบัติเหตุหรือการตกจากที่สูง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน
การรักษาอาการปวดหลังอย่างทันท่วงทีไม่เพียงแต่ช่วยลดความเจ็บปวด แต่ยังเป็นการป้องกันความเสียหายถาวรที่อาจเกิดขึ้นกับระบบประสาท สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือรับการตรวจประเมินโครงสร้างกระดูกสันหลังอย่างละเอียด สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://rehabcareclinic.com/ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยที่สุด
